แมวป่าคาราคัล

ลักษณะทั่วไป

คำว่า “คาราคัล” มาจากคำว่า “karakulak” ในภาษาตุรกี แปลว่า หูดำ ซึ่งเป็นจุดเด่นของแมวชนิดนี้ นอกจากดำแล้วหูยังใหญ่เรียว และมีขนปลายหูยาวชี้ออกไปถึงสองนิ้วอันเป็นลักษณะเด่นที่สุดของแมวชนิดนี้ คาดว่าขนหูที่ยาวนี้ใช้ประโยชน์ในการสื่อสาร หลังหูสีดำ ข้างปากมีจุดสีเข้ม เหนือตาสีดำ มีเส้นสีดำพาดจากตามาถึงจมูก ขนตามลำตัวสั้นเกรียนและแน่น สีน้ำตาลอ่อนจนถึงสีแดงอิฐ ขนบริเวณใต้ท้องยาวและซีดกว่าบริเวณอื่น ตาโต สีเหลืองน้ำตาล ลำตัวยาว 60-95 เซนติเมตร หางยาวราวหนึ่งในสามของความยาวลำตัว รอบตาขาว คางขาว ตัวผู้น้ำหนัก 10-18 กิโลกรัม ตัวเมียหนักได้ถึง 16 กิโลกรัม (เฉลี่ย 10 กิโลกรัม) เป็นแมวที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกา

คาราคัลมีชื่อสามัญภาษาอังกฤษอีกชื่อว่า desert lynx แปลว่า ลิงซ์ทะเลทราย แต่รูปร่างไม่เหมือนลิงซ์เลย คาราคัลมีขายาว ลำตัวเพรียว หางยาวกว่าลิงซ์และปลายเรียว ขนแก้มของคาราคัลก็ไม่ยาวอย่างลิงซ์ สิ่งที่คล้ายกันอาจมีเพียงอย่างเดียวคือขนปลายหูที่ยาวเท่านั้น

มีรายงานพบคาราคัลดำบ้างเหมือนกันแต่มีไม่มาก

ในอินเดีย เคยมีการเลี้ยงและฝึกคาราคัลไว้เพื่อล่าสัตว์ให้ชนสังคมชั้นสูงเช่นเดียวกับชีตาห์ คาราคัลในแถบนี้ตัวเล็กกว่าพวกที่อยู่ในพื้นที่กึ่งซาฮาราในแอฟริกา และตัวที่อยู่ในพื้นที่แห้งแล้งกว่าก็มีสีขนจางกว่า ส่วนคาราคัลในแถบเติร์กเมนิสถานมีขนขึ้นเป็นกระจุกที่อุ้งตีนแบบเดียวกับแมวทราย ในตอนกลางของอิสราเอลพบว่ามีประชากรที่เป็นคาราคัลดำอยู่ราว 5-10 เปอร์เซ็นต์ คาราคัลแบบพิเศษนี้มีสีแรกเกิดเกือบดำสนิท แต่เมื่อโตขึ้นจะเป็นสีเทา น้ำหนักเฉลี่ยของคาราคัลตัวผู้ในอิสราเอลราว 9.8 กิโลกรัม ส่วนตัวเมียราว 6.2 กิโลกรัม

อุปนิสัย

คาราคัลอดน้ำได้เก่ง เพียงน้ำจากตัวเหยื่อก็ดำรงชีวิตได้แล้ว ตอนกลางวันอันร้อนระอุจะพักอยู่ตามหลืบหิน หากินเฉพาะตอนเช้าและตอนเย็นที่อากาศเย็น

การล่าของคาราคัลจะใช้วิธีย่องเข้าหาและพุ่งตะครุบเช่นเดียวกับแมวบ้าน ตัวผู้มีอาณาเขตหากินซ้อนทับพื้นที่ของตัวเมียหลายตัว หากินโดยลำพัง จะหากินด้วยกันก็ต่อเมื่อต้องการผสมพันธุ์เท่านั้น

ในประเทศแอฟริกาใต้แมวคาราคัลตัวผู้มีอาณาเขต 31-65 ตารางกิโลเมตร ส่วนตัวเมียใช้พื้นที่เพียง 4-31 ตารางกิโลเมตร คาราคัลตัวผู้เดินทางเฉลี่ยวันละ 10.4 +5.2 กิโลเมตร ส่วนตัวเมียเดินทางเฉลี่ยวันละ 6.6+4.1 กิโลเมตร เคยมีการแกะรอยคาราคัลตัวหนึ่งในทะเลทรายคารากัมในเติร์กเมนิสถานพบว่ามันเดินทางในเวลากลางคืนเป็นระยะทางถึง 20 กิโลเมตร

คาราคัลกินสัตว์ฟันแทะเป็นอาหารหลัก เช่น เจอร์บัว หนูทราย กระรอกดิน นอกจากนี้ยังกิน นก ร็อกไฮแรก กระต่ายป่า สัตว์เลื้อยคลาน งูพิษ และแอนติโลปขนาดเล็กอย่างรีดบัก ดุยเกอร์ สปริงบอก กูดู

คาราคัลที่อยู่ในทะเลทรายของเติร์กเมนิสถาน กินกระต่ายป่าโทไลเป็นอาหารหลัก บางครั้งก็จับสัตว์ใหญ่ได้เหมือนกัน เช่นกาเซลล์กอยเตอร์ ในอาหรับก็เคยพบคาราคัลฆ่าตัวโอริกซ์ และยังเคยพบรอยคาราคัลติดตามตัวกาเซลล์ดอร์คัสในแอลจีเรีย โดยเฉพาะคาราคัลในตะวันตกเฉียงเหนือของทะเลสาบชาด ขึ้นชื่อในเรื่องการจับกาเซลล์กอยเตอร์ จึงมีชื่อเรียกในภาษาตูบูที่มีความหมายว่าแมวกาเซลล์ ในปากีสถานก็เคยมีคนเห็นคาราคัลย่องตามฝูงแกะป่ามูฟลอนตอนกลางวัน

บางครั้งคาราคัลก็กินซากด้วยแม้ไม่บ่อยครั้ง ครั้งหนึ่งในอุทยานแห่งชาติอิโตชาในนามิเบีย คาราคัลตัวเมียตัวหนึ่งรอให้เสือชีตาห์กินเหยื่อจนเสร็จจนจากไปแล้วค่อยไปกินซากที่เหลือ บางครั้งก็กินหญ้าและผลไม้ คาดว่าคาราคัลกินหญ้าและผลไม้เพื่อต้องการน้ำจากภายในเท่านั้น เมื่อจับเหยื่อได้จะลากไปในที่ลับตาเพื่อหลีกเลี่ยงสัตว์อื่นมารบกวน ถ้าเหยื่อตัวใหญ่กินคราวเดียวไม่หมด ก็จะคลุมเหยื่อด้วยหญ้าเพื่อกลับมากินคราวหลัง บางครั้งคาราคัลก็ลากเหยื่อขึ้นไปกินบนต้นไม้แบบเดียวกับเสือดาว ในการกินนก หากเป็นนกตัวใหญ่คาราคัลจะถอนขนก่อนกิน แต่ถ้าเป็นนกตัวเล็กจะกลืนเข้าไปทั้งตัว

ท่าเดินของคาราคัลคล้ายชีตาห์ แต่แมวชนิดนี้ไม่ใช่นักวิ่งเร็ว แม้จะวิ่งเร็วกว่าแมวชนิดอื่นที่มีขนาดไล่เลี่ยกัน เมื่อถูกหมาวิ่งไล่จะวิ่งขึ้นต้นไม้

คาราคัลมีฝีมือเด่นด้านการกระโดด มันกระโดดได้สูงจากพื้นหลายฟุตขึ้นไปตบนก มันอาจจับนกพิราบได้คราวละราวสิบตัวในคราวเดียว ในอดีตในประเทศอินเดียและอิหร่าน เคยมีการฝึกคาราคัลให้ล่านกด้วย และนี่เป็นที่มาของสำนวนภาษาอังกฤษ ว่า ‘to put a cat amongst the pigeons’ คาราคัลจะถูกนำไปไว้ในเวทีที่เต็มไปด้วยฝูงนกพิราบเพื่อแข่งขันกันว่าแมวตัวไหนจะฆ่านกได้มากที่สุด นอกจากนี้ยังมีการเลี้ยงไว้เพื่อล่าแอนติโลป กระต่าย และหมาจิ้งจอกอีกด้วย

คาราคัลหากินตอนกลางคืนเป็นส่วนใหญ่ แต่ละคืนอาจเดินหากินเป็นระยะทางถึง 20 กิโลเมตร หลับพักผ่อนในโพรง หลืบหิน หรือพุ่มไม้ทึบ หรือบางครั้งก็บนต้นไม้ แมวชนิดนี้มักไม่ค่อยส่งเสียงนัก ส่วนใหญ่มักเป็นการ ส่งเสียงครางต่ำ ๆ และทำเสียงฟุดฟิดเมื่อฉุนเฉียว เสียงร้องเรียกคู่คล้ายเสียงเห่าและดัง สายตาและหูดีมาก แต่ความไวจมูกปานกลาง

คาราคัลตัวผู้มีพื้นที่หากินเฉลี่ยประมาณ 221 ตารางกิโลเมตร ตัวเมียประมาณ 57 ตารางกิโลเมตร ยิ่งตัวใหญ่ก็ยิ่งมีพื้นที่หากินกว้าง อาณาเขตของตัวผู้จะซ้อนทับกันค่อนข้างมาก (ราว 50 เปอร์เซ็นต์) และซ้อนทับกับพื้นที่ของตัวเมียหลายตัว เคยพบคาราคัลตัวผู้ที่เดินทางไกลถึง 90 กิโลเมตรเพื่อแสวงหาอาณาเขต ส่วนตัวเมียจะใช้พื้นที่ไม่ไกลจากแหล่งกำเนิดเป็นอาณาเขตและพื้นที่ของตัวเมียซ้อนทับกับพื้นที่ของแม่ ส่วนคาราคัลในทะเลทรายเนเกฟในอิสราเอล ใช้พื้นที่หากินกว้างกว่าพวกที่อยู่ในแอฟริกาใต้ แม้จะมีเหยื่อให้กินมากอันเนื่องมาจากระชลประทานที่ดีก็ตาม