วิธีเลี้ยงกระต่าย ส่วนกระต่ายเลี้ยงดูเล่นส่งขายตามจตุจักร ตลาดนัดสัตว์สวยงาม ก็จะเป็น พันธุ์แองโกล่า ลักษณะประจำพันธุ์ ขนยาวตรง มีสีหลายสี เช่น ขาว น้ำตาล เทา ดำ หน้าสั้น ตาสีดำ หรือน้ำตาล ให้ลูกน้อย ครอกละ 2–4 ตัว โตเต็มที่หนัก 1.8–2.5 กิโลกรัม เหมาะสำหรับเลี้ยงไว้ดูเล่น

วิธีเลี้ยงกระต่าย

วิธีเลี้ยงกระต่าย ได้ 2 เด้ง สวยงาม แถมขายทำเงิน

สวัสดีพี่น้อง ชาวฟาร์มไทยแลนด์ทุกคน หลายวันก่อนผมได้ลิ้มลองเนื้อกระต่ายร้านอาหารป่าแถบ กาญจนบุรีมาซึ่งรสชาติ นุ่มอร่อยมาก เลยฉุกคิดว่า ถ้าเราเลี้ยงกระต่ายเอาไว้ทั้งขายทำเงินแบบสวยงามก็ได้ หรือจะเลี้ยงแบบขายเนื้อก็ดีเราจะทำได้ไหม ซึ่งก็มีวิธีจากหลายคนที่ผมไปหาข้อมูลมา ได้ดังนี้ การเลี้ยงสัตว์บก
วิธีการเลี้ยงกระต่าย เพื่อให้ผลตอบ แทนดีและสามารถเลี้ยง ได้ในพื้นที่ที่ไม่มากนักเช่นหลังบ้านของเราก็ได้ครับ ขอให้มีพื้นที่สักหน่อยจะดีมากเพราะ กระต่ายเป็นสัตว์ขนาดเล็ก ที่กินหญ้า ผักผลไม้ได้หลายชนิดใช้พื้นที่ในการเลี้ยงไม่มากให้ผลผลิตเร็ว อาจจะเลี้ยงเป็นเพื่อนเล่น หรือขุนขายก็ได้ ประโยชน์ในการเลี้ยงกระต่ายมีหลายอย่างด้วยกัน อาทิให้ความเพลิดเพลินเป็นประโยชน์ในทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ เป็นอาชีพเสริมสำหรับเกษตรกร เพราะขายลูกได้ ขายเนื้อได้เป็นสัตว์ทดลองและผลิตวัคซีนบางชนิดผลพลอยได้ก็มีเพราะทั้งหนังของกระต่ายก็เอาไปทำเสื้อผ้าเครื่องประดับบ้าน

ได้และมูลของมันก็เป็นปุ๋ยได้ดีไม่แพ้กันครับพันธุ์กระต่ายที่นิยมเลี้ยงในประเทศไทยเป็นส่วนมากเป็นพันธุ์นิวซีแลนด์ไวท์ ลักษณะประจำพันธุ์ ขนสีขาวทั้งตัว ตาสีแดง หน้าสั้น ตะโพกใหญ่ไหล่กว้าง เนื้อแน่น ให้ลูกดก เลี้ยงลูกเก่ง โตเต็มที่หนัก 4–5 กิโลกรัมส่วนกระต่ายพันธุ์เนื้อ นั้นจะเป็น พันธุ์แคลิฟอร์เนียไวท์ลักษณะประจำ พันธุ์ ขนสีขาว ฟูยาว ปลายหูและปลายเท้าจะมีสีดำหรือน้ำตาลเข้ม ตาสีแดง โตเร็ว เลี้ยงลูกเก่ง โตเต็มที่ หนัก 2.5–4 กิโลกรัม ใช้ทำพ่อแม่พันธุ์ หรือขุนขายเนื้อ

  • ในการศึกษาเพื่อหาแนวทางในการเลี้นงกระต่ายเพื่อเป็นอาชีพเสริมและเชิงพาณิชย์ พบว่าการเลี้ยงนอกจากพิจารณาเรื่องของพันธุ์กระต่ายที่ต้องการแล้ว ก็มีเรื่องของโรงเรือน ซึ่งควรอยู่บนที่ดอนน้ำท่วมไม่ถึง อากาศถ่ายเทได้สะดวก สามารถป้องกันศัตรู เช่น สุนัข แมว ได้ กรงกระต่ายควรทำด้วยลวดตาข่ายและอยู่สูงกว่าพื้นไม่น้อยกว่า 50 ซม.เพื่อป้องกันกลิ่น
  • ปัสสาวะของกระต่ายเอง ตรงนี้สำคัญนะครับถ้า กระต่ายอยู่กับปัสสาวะ ของตัวเองมากๆ จะเกิดโรคง่ายและอาจจะทำให้การเลี้ยงเสียหายในการรักษา กระต่ายที่ป่วย

ส่วนเรื่องอาหารกระต่ายที่เป็นอาหารหยาบ ควรเป็นจำพวกที่มีเยื่อใยสูง แต่มีโปรตีนต่ำ เช่น หญ้าสด ผัก ผลไม้ ให้กระต่ายกินเป็นหลักจำนวน 10–15% ของน้ำหนักตัว วันละ 2 มื้อ หญ้ารูซี่ หญ้าขน ลิสงเถา (ถั่วปิ่นโต) ไมยราบยักษ์

แต่ไม่ควรใช้ใบกระถินเลี้ยงกระต่าย เนื่องจากมีสารมิมโมซีน ที่มีผลต่อขนกระต่ายทำให้ ขนร่วงได้ง่าย ส่วนหญ้าและผักที่ฉ่ำน้ำ เช่น เปียกฝน หรืออวบน้ำ จะทำให้กระต่ายท้องเสีย จึงควรนำหญ้าหรือผักสดไปผึ่งในที่ร่มประมาณ 3–6 ชั่วโมงก่อน หรือเกี่ยวหญ้าหลังเวลา 10.00 น. ไปแล้ว จะดีต่อสุขภาพของกระต่ายมากครับ

ส่วนอาหารข้นจำพวก อาหารที่มีส่วนผสมของวัตถุดิบต่าง ๆ จนมีปริมาณ โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต วิตามินเกลือแร่ ฯลฯ ควรให้ตามความจำเป็นของอายุของกระต่าย ส่วนอาหารสำเร็จรูปที่ใช้สำหรับโค สามารถให้กระต่ายกินได้แต่ไม่เกิน 120-180 กรัม/ตัว/วัน (ขีด-ขีดครึ่ง)

เพื่อเสริมอาหารหยาบบ้างจะได้เนื้อกระต่ายที่แน่นครัและจากการศึกษาในครั้งนี้พบว่าผลตอบแทนคุ้มค่าไม่น้อย โดยต้นทุน ค่าพ่อแม่พันธุ์กระต่าย ตัวผู้ 2 ตัว ตัวเมีย 8 ตัว รวม 10 ตัว ตัวละ 150 บาท เป็นเงิน 1,500 บาทค่ากรงกระต่าย ขนาด 4.80×0.60 เมตร สูง 1.80 เมตร จำนวน 2 หลัง รวมเป็นเงิน 5,000 บาทค่าอาหารข้น 4,680 บาท ค่ายาเวชภัณฑ์ 300 บาท รวมเป็นเงิน 11,480 บาทหลังจากเลี้ยงเกษตรกรจะมีรายได้ จากที่แม่กระต่ายให้ลูก แม่ละ 5 ตัว ปีละ 4 ครอก ได้ลูกทั้งหมด 200 ตัวจำหน่ายลูกกระต่ายอายุ 1 เดือน ตัวละ 80 บาทเป็นเงิน 16,000 บาทถ้าจำหน่ายกระต่ายขุน อายุ 6 เดือน 100 ตัว ตัวละ 2 กก. กก.ละ 70 บาท เป็นเงิน 14,000 บาทมูลกระต่าย จำนวน 10 กระสอบ กระสอบละ 20 บาท รวมเป็นเงิน 200 บาทสรุปแล้วจากการเลี้ยงกระต่ายที่เริ่มต้น 8 ตัวใน 1 ปี จะคืนทุนและมีกำไรไม่น้อยกว่า 2,720-4,720 บาท และหากต้องการกำไรที่มากกว่านี้ ก็เพิ่มปริมาณการเลี้ยงกระต่ายให้มากขึ้น ส่วนตลาดในตอนนี้เริ่มมีความนิยมมากขึ้นตามลำดับครับ การเลี้ยงสัตว์บก