การเลี้ยงไก่งวงครบวงจร ไก่งวง สัตว์ปีกเศรษฐกิจที่น่าสนใจในภาคอีสาน  บ้างก็เลี้ยงแล้วประสบผลสำเร็จ  บางรายก็เลี้ยงเห่อตามกระแส  เห็นคนอื่นนำมาเลี้ยงก็เลี้ยงตาม  แต่จะมีเกษตรกรผู้เลี้ยงสักกี่ราย 

การเลี้ยงไก่งวงครบวงจร

สัตว์เศรษฐกิจทำเงิน สร้างรายได้ให้ชุมชุน

 ที่ขยันหมันเพียรอดทนเอาใจใส่  เลี้ยงแล้วอาจมีลู่ทางสดใส  ที่สำคัญต้องมีตลาดรองรับควบคู่กับเนื้อสัตว์ประเภทนี้

คุณเชษฐา  กัญญะพงศ์  ประกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงไก่งวงบ้านคำเกิ้ม หมู่ 8 ตำบลอาจสามารถ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม เล่าว่า  เริ่มแรกเดิมทีตนมีที่ดินอยู่ 11 ไร่ อยู่ท้ายหมู่บ้าน  จึงขุดสระ 2 บ่อไว้เลี้ยงปลา 

หวังทำเกษตรผสมผสานตามแนวทฤษฎีใหม่ของในหลวง  กระทั่งเปลี่ยนใจเมื่อปี 2545  จึงเบนเข็มหันไปซื้อพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไก่งวงกับคุณธนศักดิ์  คำด่าง ประธานศูนย์ภูมิพลังบ้านโพธิ์ตาก อ.เมืองนครพนม

 หลังจากปศุสัตว์จังหวัดพาไปอบรมศึกษาดูงานที่ศูนย์ภูมิพลัง  จึงซื้อไก่มา 1 ชุด 15 ตัว ในราคา 4,500 บาท

หลังเจอวิกฤติไข้หวัดนกในปี 2547  แต่ไก่ไม่ตายจึงโยกมาเลี้ยงพื้นที่ดังกล่าว  เพื่อให้ห่างจากหมู่บ้าน 300 เมตร  ต่อมาจึงได้มีโอกาสไปฝึกอบรมดูงานที่ฟาร์มเลี้ยงใหญ่ในจังหวัดขอนแก่นและหลายจังหวัดที่เลี้ยงไก่งวง 

จนปี 2552  จึงเริ่มเลี้ยงอย่างจริงจัง  โดยชักชวนชาวบ้านตั้งกลุ่มมีสมาชิกผู้เลี้ยง 8 คน เลี้ยงครัวเรือนละ 10-20 ตัว  ในปี 2553 มีไก่ในกลุ่มรวมกันกว่า 300 ตัว  ทุกวันศุกร์จะมีข้าราชการตำรวจ ทหาร เดินทางมาซื้อไก่ 1-2 ตัว ตกกิโลกรัมละ 150 บาท ไปปรุงรับประทาน   แต่ประสบปัญหาไม่มีตลาดรองรับ  เลี้ยงแล้วไม่มีที่ขาย

“จึงชักชวนผู้เลี้ยงหันมาทำธุรกิจเปิดร้านอาหารไก่งวง  ให้ลงหุ้นๆละ 100 บาท ระดมทุนได้ 700 กว่าหุ้น เป็นเงิน 75,500 บาทในขณะนั้น  ปศุสัตว์จังหวัดนำเงิน 5,000 บาท ที่จะใช้ในการอบรมมาเข้าหุ้นด้วย

  จึงมีสมาชิกเพิ่มขึ้น 50 ครัวเรือน ต่อมาคุณจริยา  แก้วอาสา ผู้ใหญ่บ้านบ้านคำเกิ้ม หมู่ 8  นำเงินโครงการเอสเอ็มอี จาก 400,000 บาท แบ่งนำมาสนับสนุนกลุ่ม  200,000 บาท เพื่อซื้อพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไก่งวงแจกชาวบ้านเลี้ยงครัวเรือนละ 5 ตัว 

บางรายเอาไปต้มลาบกินบ้าง  ขณะที่เหลือผู้เลี้ยงจริงแค่ 20 ราย ต่อมาจึงได้รับเลือกเป็นประธานชมรมไก่งวง และประธานชมรมผู้เลี้ยงไก่งวงเขต 4 ” คุณเชษฐาเล่า

คุณเชษฐา เล่าต่อว่า  หลังได้ฤกษ์เปิดร้านอาหารเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2554 ขณะเดียวกันจึงร่วมกันคิดตั้งกลุ่มชื่อว่า “กลุ่มวิสาหกิจชุมชุนผู้เลี้ยงไก่งวงบ้านคำเกิ้ม”  โดยมีคณะกรรมการขึ้นทะเบียนเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2555 ผ่านมา 4 ปี

ไม่ต้องทำตลาดให้ยุ่งยาก  นำวัตถุดิบป้อนให้ร้านคำเกิ้ม ลาบไก่งวง  ตั้งอยู่ห่างจากถนนบายพาสสายนครพนม-ท่าอุเทน หลังวัดกกต้อง  ทางเข้าโบสถ์คริสต์  ห่างจากจุดเลี้ยงประมาณ 300 เมตร มีเมนูลาบ ต้ม ทอด ปิ้งปีก ไส้อั่ว พร้อมเครื่องดื่มไว้บริการตามซุ้มรอบหนองน้ำ  บรรยากาศร่มรื่นเย็นสบาย

ส่วนตัวคุณเชษฐา มีฟาร์มขนาดย่อม  โดยเลี้ยงคนเดียวบนพื้นที่ 11 ไร่ ทำโรงเรือนเลี้ยงไก่งวงพันธุ์อเมริกันบอร์น  จำนวนกว่า 1,000 ตัว แบ่งเป็น 3 โรงเรือน จำนวน 12 เล้า มีไก่ 3 รุ่นคือพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์  ไก่รุ่น และไก่อนุบาล  เหตุที่เลือกไก่สายพันธุ์นี้  เพราะทนต่อโรคและสภาพอากาศ ให้น้ำหนักได้ดี ตัวขนาดน้ำหนัก 6-10 กิโลกรัม

ตัวใหญ่สุดมาตรฐานตกต่อตัวถึง 15 กิโลกรัม  ส่วนอาหารไก่คิดค้นผสมสูตรเองเพื่อเร่งให้โต  ได้น้ำหนักตามที่ต้องการ

ธรรมชาติของไก่งวงไม่ชอบแดด  ชอบอาศัยอยู่ในโรงเรือนโล่งแจ้ง ลมพัดเย็นสบาย อาหารเช้า-เย็น  ไก่แรกเกิดถึง 2 เดือนจะให้กินอาหารเม็ดสำเร็จรูปและหญ้าเนเปีย์อ่อนสับ  พอระยะ 2 ถึง 4 เดือน ซึ่งเจริญเติบ

โตจะกินรำข้าวและอาหารผสมสูตรเฉพาะ  เน้นอาหารเข้มข้นมีปลายข้าว กากถั่วเหลือง เมล็ดข้าวโพด  หลัง 4 เดือนถึง 7 เดือน ก่อนส่งขายให้กินหญ้าเนเปียร์สับ 30 กิโลกรัมต่อรำข้าว 30 กิโลกรัม สูตร 1ต่อ 1